เที่ยวญี่ปุ่นงบ 29,880 ตอนที่ 1 “จุดเริ่มต้นของฉิ่งฉับทัวร์”

“ญี่ปุ่นมีดีอะไร?” เพื่อนสมัย ม.ต้น เคยถามฉันมาแบบนี้ ตอนนั้นไม่รู้ว่าจะตอบอะไรได้นอกจากตอบว่านักร้องนำวง L’Arc-en-ciel หล่อมาก ญี่ปุ่นทำให้ฉันหันมาเรียนภาษาและจัดคอนเสิร์ตที่บ้านคนเดียว เมื่อได้เรียนยิ่งหลงใหลในวัฒนธรรม ความเก่าแก่ของบ้านเมือง และการสร้างประเทศ
แต่ถึงฉันจะตอบดูดีแบบนี้ก็เถอะ พอถึงคาบเรียนแล้วก็แอบหลับและโดดเรียนประจำ โดยเฉพาะวิชาวรรณกรรมญี่ปุ่นที่ต้องตื่นแต่ไก่โห่มาเรียนตอน 8 โมงเช้านั้น ทรมานยิ่งนัก แถมยังโดนความเป็นวรรณกรรมกล่อมให้หลับอีก (ห้ามเลียนแบบ) แต่ฉันก็สอบผ่านรอดทุกวิชานะ ถึงแม้จะฉิวเฉียดก็เถอะ เมื่อเรียนจบ เงินพร้อม ฉันจึงหาโอกาสมาเยี่ยมเยียนญี่ปุ่นบ้าง (จริงๆ แล้วรอตั๋วถูกมานมนาน) แต่ก็อย่างว่า นัดเพื่อนมา 6 คน สุดท้ายมาญี่ปุ่น 3 คน .. นี่รวมตัวเองแล้วนะ  แถมดูภายนอกทุกคนจะคิดว่าจบเอกญี่ปุ่นจะต้องพูดได้ทุกคำ บอกเลยว่า เมื่อมาญี่ปุ่นจริงๆแล้ว คิดถึงหน้าเซนเซขึ้นมาเลย5555
 
…………………………………………………………………………………………………………
หลังจากจองตั๋วราคาถูกได้แล้วไอซ์ก็หาข้อมูลทางอินเตอร์เน็ตเพิ่มเติม เว็บไซต์ที่เข้าบ่อยที่สุดคือ pantip ซึ่งมีทั้งข้อมูล ตม. ข้อมูลการเที่ยว ข้อมูลว่าพักโรงแรมไหนดี (เอาจริง ๆ ไอซ์ก็หาที่ถูกที่สุด มีห้องน้ำในตัวและสะดวกปลอดภัย) จะต้องแพลนการเดินทางยังไง ฉันเช็คเส้นทางรถไฟฟ้าจาก hyperdia ซึ่งตอนแรกก็งงๆ ตอนหลังเริ่มหายมึนและไหลลื่น (หรอ) จนแพลนมันออกมาเซฟแล้วแปะไว้ใน word จนเรียบร้อย..
เราไปญี่ปุ่นวันที่ 20 มค.-28 มค 59 คืนแรก ไอซ์แพลนไว้ว่าจะนอนที่นาริตะโทบุโฮเทล ราคา 10,368 เยน และอีก 4 คืน นอนอพาร์ทเมนท์คนไทย ราคาตามที่ตกลงไว้ก็โอเค คืนละ 8000 เยน สำหรับ 3 คน ตกเป็นเงินไทยก็ประมาณ 800 บาท ต่อคน ต่อคืน ถูกดี ฮ่าๆๆ ส่วนอีก 2 คืน ไปนอนที่คาวากูชิโกะ ใกล้ๆ ฟูจิ ราคา 12,000 เยนต่อคืน ราคายังไม่หารสามนะ  คืนสุดท้ายก็นอนนาริตะโทบุโฮเทลอีกรอบ ดูทุลักทุเลนิดๆ แต่ก็ไม่ลำบากเกินไป และแล้วเรื่องไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น
“ สวัสดีค่า สรุปแล้วนะคะ ขอจองวันที่ 21 เช็คเอาท์ 25 มกราคม นะคะ ^^ “
…..ไร้เสียงตอบรับ ชายผู้นั้นอ่านแล้วไม่ตอบ  ไม่เป็นไร เขาอาจจะนอนแล้ว แค่สะดุ้งมาอ่าน ในตอนเที่ยงของอีกวันจึงทักไปใหม่
“ ห้องยังว่างใช่มั้ยคะ เดี๋ยวสิ้นเดือนธันวาคมจะโอนเงินมัดจำไปค่ะ”
“ ตอนนี้อาจจะมีการเปลี่ยนแปลงครับ”
เฮ้ยยยย ตอบกลับมาแล้ว แต่ทำไมรู้สึกคลุมเครือเหมือนจะโดนผู้ชายบอกเลิก
“ ราคาหรือห้องคะ ฮ่าๆ” ไอซ์ถามแบบอ้อมๆ เพราะยังทำใจไม่ได้หากเขาจะเลิกจริงๆ
“ ยังไงกลางเดือนธันวาคมจะแจ้งไปอีกทีนะครับ ลองหาห้อง airbnb สำรองก่อนไว้ดีหรือเปล่าครับ”
เฮ้ยยยย มันเป็นการบอกเลิกที่ยังมีห่วงใยอยู่ เพราะไม่อยากให้เจ็บปวดไปมากกว่านี้แน่ๆเลย
“ ได้ค่า”
โอเค … ฉันจะพยายามเข้มแข็งขึ้นให้ได้ในเร็ววันนี้ ขอบคุณสำหรับทุกอย่าง เขาคงจะเจ็บปวดเช่นเดียวกัน
“ ขอบคุณครับผม”
แน่ะ… ทำร้ายกันแล้วยังมาขอบคุณที่เดินจากไปอีก
จริงๆ ฉันก็เข้าใจเขานะ อาจจะไม่สะดวกในวันนั้นหรืออาจจะติดธุระ เราจะไม่โกรธกัน ครั้งหน้าค่อยไปพักก็ได้ เพราะหลายๆคนชอบพูดว่า “ ญี่ปุ่น ไปครั้งเดียวไม่เคยพอ”
สุดท้าย โชคยังเข้าข้าง ฉันไปเจอห้องว่างห่างจากสถานี Shimo-Igusa เพียงแค่ 7 นาที จากเว็บไซต์ airbnb เป็นอพาร์ทเมนท์ มีห้องครัว ห้องน้ำ ฟูกแบบญี่ปุ่น มีรีวิวจากคนที่เคยไปอยู่แล้ว คือตรงตามที่อยากได้ในราคา 8586 บาท 4 คืน หารสามก็คนละ 715.50 บาทต่อคืน พระเจ้า!! มันยอดมาก (ฉันไม่ค่อยชอบอาบน้ำรวมเลยต้องหาห้องแบบนี้) จองเลย! จองเลย!  (หลังจากจองแล้ว ผู้ชายที่เคยปฏิเสธห้อง บอกว่าห้องว่างพอดี เราเสียดายมาก เพราะเห็นว่าเขาแนะนำได้ทุกอย่างเกี่ยวกับสถานที่เที่ยว หวังไปพึ่งใบบุญว่างั้น 555 แต่ไม่เป็นไร รอบหน้าค่อยไปพักที่นี่
เมื่อเครื่องบินที่บินมาจากกรุงเทพได้มาถึงสนามบินนาริตะ
ฉันถอนหายใจเมื่อถึงสนามบินนาริตะ ขอลัดบรรยากาศภายในสนามบินไปเลยนะ เพราะตอนนั้นไม่รู้สึกอะไรนอกจากเดินให้ถึงด่านตรวจคนเข้าเมืองไวๆ
ฉันสูดลมหายใจเข้า …แล้วมองตาผู้ร่วมเดินทางมาด้วย ซึ่งนั่นก็คือ แฟนและพี่ที่ทำงานเก่า ฉันส่งสายตาบอกผู้ชาย 2 คนนั้นว่า “ให้กูเข้าไปก่อนนะ กูกลัว”
ณ ตอนนี้ กรุณานึกภาพตามว่าฉันกำลังเดินช้า ๆเข้าไปบริเวณด่านตรวจคนเข้าเมือง ราวกับรู้ชะตากรรมว่าอาจจะโดนจับกินก็เป็นได้
พอถึงด่านตรวจคนเข้าเมือง เอกสารทุกอย่างที่เตรียมมามันสั่น เหงื่อในมือเริ่มออก เพราะผู้หญิงที่อยู่ข้างหน้าโดนถามซะเยอะ โดนให้แจงรายละเอียดการท่องเที่ยว แต่คุณชายก็ยังไม่พอใจ ปัดมือไปมาบอกให้เธอไปกับสาว ตม. อีกคน ( ที่เขาเรียกกันว่า โดนเข้าห้องเย็น ) สุดท้ายก็เข้าห้องเย็น ไอซ์มองซ้ายขวาหาตัวช่วย แล้วพ่อหนุ่ม ตม. คนนั้นก็ขยิบตา เอ้ย! พยักหน้าเรียกให้ไอซ์เดินเข้าไปหา
คุณชายหน้าเจร็อคเรียกฉันเข้าไปเชือด เราสบตากันสองวินาที แล้วจากนั้นก็สปาร์คกัน ไม่ใช่!!
” เอานิ้ววางไว้ตรงนั้นครับ” ชายหนุ่มเจร็อคพูด
ไอซ์ทำตามอย่างว่าง่าย มือสั่นดิ๊ก ๆ
” มองกล้องนะครับ ขอบคุณครับ”
เฮ้ยยยยยยย อัลไลลล แค่นี้จริง ๆ ไม่ถามอะไรเลย ในใจตอนนั้นลิงโลดมาก จากนั้นก็คืนพาสปอร์ตให้ แล้วเรียกแฟนฉันเป็นคนต่อไป ( ถึงแม้ว่าอาจจะไม่โดนถามอะไร สำหรับผู้หญิงที่จะไปญี่ปุ่นควรเตรียมเอกสารให้พร้อมไว้เสมอนะคะ)
เอกสารที่ต้องเตรียมมีอะไรบ้าง
  1. ตั๋วเครื่องบินขากลับ
  2. แผนการเดินทางท่องเที่ยว ควรเขียนว่า จะไปไหนบ้างในวันนั้น
  3. ใบจองที่พัก โรงแรม
  4. เงินสดติดตัว ( ฉันไป 9 วัน เตรียมไป 70,000 เยน จ่ายค่าที่พักไปแล้วแค่ที่โตเกียว 4 คืน นอกนั้นอยู่ใน 70,000 เยนนี่แหละ อ้อ ไปเฉพาะโตเกียวและคาวากูจิโกะนะคะ ) ควรมีบัตรเดบิตหรือบัตรเครดิตติดไปด้วยนะคะ
  5. การแต่งตัว ควรแต่งให้ดูดีหน่อย ไม่โป๊
ผ่านด่าน ตม. ก็มาถึงด่านศุลกากร ที่เค้าว่ากันว่า  โหดกว่า ตม.
เขาทักฉันเป็นภาษาญี่ปุ่นและถามว่ามากี่คน คนนั้นใช่เพื่อนไหม จากนั้นก็ไม่ถามอะไรอีก (สงสัยจะง่วง เพราะเราไปถึงกันตอน 2 ทุ่ม)
พวกเราออกจากในตัวสนามบินกันเกือบ 3 ทุ่ม เพื่อไปรอรถบัสของโรงแรมนาริตะโทบุ ซึ่งจุดขึ้นรถจะอยู่ที่เลข 25  (ของ Terminal 2 นะคะ ถ้าออกจาก Terminal 1 จะอยู่ที่เลข 16 ค่ะ )
ระหว่างนี้พวกเรา 3 คน อัพเฟสกันรัวมากกกกกกกก(ไม่เกี่ยวกับบุคคลในภาพนะคะ) คือไม่ต้องกังวลใจแล้ว คือมันโล่ง คือมันดี ในที่สุดก็มาเหยียบประเทศที่มีเสน่ห์มาก ๆ ประเทศหนึ่งแล้ว วู้ววว!
คืนแรก นอนที่นาริตะโทบุโฮเต็ลค่ะ อยากจะถ่ายรูปมาแต่ร่างกายมันไม่ไหว ทั้งหนาวทั้งสั่น รีบอาบน้ำ เคลียร์งานค้าง เป็นบุคคลขยันแห่งปีค่ะ มาถึงญี่ปุ่น แบกโน้ตบุคมาทำงานด้วย 555  ด้านล่างของโรงแรมจะมีมินิมาร์ทนะคะ ตัวช่วยชีวิตเลยค่ะ  
มื้อแรก 591 เยน สมฐานะค่ะ
จากนั้นก็ข่มตานอน เตรียมตัวลุย (หลงทาง) ตอนเช้า …
เจอกันตอนหน้าจ้า
Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s