เที่ยวญี่ปุ่นงบ 29,880 ตอนที่ 3 “เดินเล่นชมเมือง, เที่ยว Harajuku”

วันที่ 21 มค. 2559
หลังจากที่พวกเราเก็บของเข้าที่พักแล้ว ความหิวก็เริ่มครอบงำสิคะ
พวกเรา 3 คนก็ออกเดินทางไปตามหาร้านอาหารแนว ๆ ราเมงแชมเปี้ยน  (ตอนนั้นบ่าย 2แล้ว หิวมากๆ) ซึ่งก็ไม่รู้ว่าจะเจอหรือเปล่า

ระหว่างทางที่เดินออกจากบ้าน เราก็ถ่ายรูปกันสนุกสนาน โดยเฉพาะรุ่นพี่อีกคน รายนั้นถ่ายรูปเยอะกว่าฉันอีก Smiley  ระหว่างทางก็สังเกตในหมู่บ้านไปด้วย แถวนี้มีหลายอย่างน่าสนใจค่ะ รายละเอียดต่าง ๆ สมกับที่เป็นญี่ปุ่น
บ้านคนญี่ปุ่นนี่เงียบมาก ๆ เลย เงียบจนอยากรู้ว่า เค้าทำอะไรกันบ้างในบ้าน 
จะล้างจานแบบเงียบ ๆ มั้ย จะซักผ้าเสียงดังหรือเปล่า – -‘ คิดไปเองประมาณนั้น
วันนี้มีกองหิมะตกที่ไปแล้ว และเหลือไว้แต่อากาศเย็นๆ (เย็นแบบที่ต้องรีบหาซื้อถุงร้อนให้ได้)  ฉันคิดเอาไว้ว่า บรรยากาศคงจะเหมือนแบบในหนัง คือ จู่ ๆ มีหิมะโปรยปรายลงมาพอดี แล้วฉันก็เอามือรับหิมะนั้นอย่างแผ่วเบา .. 
เออ แต่ไม่เอาดีกว่า แค่นี้ก็โคตรหนาวแล้ว 
ส่วนใหญ่ แฟนเป็นคนถือกล้อง ส่วนพวกเรา 2 คนเป็นคนเข้ากล้องซะส่วนใหญ่ นานๆทีฉันจะวิ่งเข้าไปแย่งกล้องมาจากแฟนเพื่อถ่ายรูปบางอย่างเท่านั้น รู้งี้ซื้อกล้องคนละตัวมาซะตั้งแต่แรกก็สิ้นเรื่อง ฮ่า ๆ 
รูปนี้ฉันถ่ายเป็นตัวอย่างให้แฟน บอกว่าให้เอาผอม ๆ กว่านี้ได้มั้ย เอาแบบนี้ เพราะฉันอ้วนทุกรูปเลย
พวกเราเดินไปเดินมาเพื่อหาร้านแบบราเมงแชมเปี้ยนอยู่นาน ก็ลงเอยได้ร้านนี้ จำชื่อร้านไม่ได้ แต่อยู่ใกล้ ๆ สถานี Shimo-Igusa ร้านนี้จะมีตู้กดอยู่ด้านหน้า จ่ายเงินแล้วยื่นให้พนักงานเลย สะดวกดี
ที่ญี่ปุ่นนะ ไม่รู้เป็นอะไร พนักงานชอบมาถามกลับแบบประโยคยาวๆใส่Smiley ..เกือบทุกร้านเลย
ที่ใช้นิ้วจิ้มๆเนี่ย เพื่อประกอบการถ่ายรูปนะ ของจริงนี่กำลังยืนตะลึงอยู่
ของแฟนสั่งข้าวผัดเนย ราคาน่าจะไม่เกิน 800 เยน ส่วนฉันสั่งราเมงที่ร้านแนะนำ ราคา 720 เยน  งบในการกินของพวกเราคือวันละ 2,000 เยน เท่านั้น รวมของหวาน จริง ๆ แล้วก็เกิน ๆไปบ้าง เพราะมาต่างถิ่นแล้วต้องกินให้คุ้มSmiley (ข้ออ้าง) แต่บางทีอาหารญี่ปุ่นก็จานใหญ่เหลือเกิน กลัวไม่อิ่มหรือยังไงก็ไม่รู้ ทำให้พวกเราไม่ค่อยหิวข้าวระหว่างวันมาก เพราะอิ่มแปล้เลย
นอกจากจะให้เยอะแล้ว พ่อครัวก็เหลือบตามามองเป็นระยะๆ ว่าพวกเราจะกินหมดมั้ย  ฉันสังเกตเห็นสายตาเหล่านั้นจึงกระซิบให้แฟนกินให้หมด อย่าให้เหลือ พ่อครัวจะเสียใจ แฟนพยายามยัดอาหารเข้าไปตามคำสั่ง เพราะนางก็เห็นแววตาที่แสนกดดันนั้นเหมือนกัน ฮ่า ๆ 
ที่ญี่ปุ่น สั่งอะไรมา ควรกินให้หมดนะคะ ข้าวเม็ดเดียวก็อย่าให้เหลือ ชาวญี่ปุ่นบอกว่า ข้าวแต่ละเม็ดเนี่ยมีเทวดาอยู่หลายองค์ เพราะฉะนั้นต้องกินให้หมด เดี๋ยวเทวดาน้อยใจ 
..เอิ่ม เทวดาควรจะดีใจมากกว่ามั้ยที่ไม่โดนกิน..
หลังจากกินเสร็จแล้วพวกเราก็ขึ้นรถไฟจากสถานี Shimo-Igusa เพื่อไป Harajuku เย้! 
อ้อ ขอบคุณผู้สนับสนุนหลักอย่างเป็นทางการ ขอเรียกว่า แอพลิเคชั่นช่วยชีวิต>>  App Japan Travel <<นะคะ กดโหลดโลดดดดด ช่วยได้เยอะจริงๆ โดยเฉพาะการหาสายรถไฟ ในนี้จะบอกข้อมูลโดยละเอียดสุด ๆ และรถไฟก็มาตรงเวลาตามใน Application มากๆ ค่ะ 
พวกเรามาเดินงง ๆ อยู่แถวสถานี Harajuku  แถมยังมืดแปดด้าน เพราะไม่รู้ว่าจะไปไหนก่อนดี ฉันเลยเสนอว่า เดินเล่นชมเมืองแล้วไปที่ศาลเจ้าเมจิกันมั้ย รุ่นพี่เลยเปิด GPS ขึ้นมา โดยที่พวกเราไม่เอะใจเลยว่า ใกล้ๆกันนั้นก็มีป้ายชี้ทางไปศาลเจ้าเมจิอยู่ด้านขวา  แต่ช่างมันเถอะ เดินตาม GPS ละกันSmiley
 ซอยเล็กๆแห่งนี้ มีสถาบันนู่นนี่นั่นเต็มไปหมด ถ้าให้เดาก็น่าจะเป็นสถาบันกวดวิชา เพราะนักเรียนเดินแถวนี้กันเยอะมาก  มีวิ่งเล่นหยอกล้อกันด้วย  ในใจก็สังเกตว่า ถ้าศาลเจ้าเมจินี่มีชื่อเสียงมาก ๆ แล้วทำไมไม่มีใครเดินมาทางเดียวกับพวกเราเลยฟระ 
ตอนนั้นอากาศหนาวมากกกกก น่าจะ 5-6 องศา ลมก็มา แทบเดินก้าวขาไม่ออก นี่มัน 5 องศาจริงมั้ยนี่
ฉันเลยกินน้ำผึ้งมะนาวอุ่นๆที่กดจากตู้กดอัตโนมัติ เพื่อต่อชีวิต….
ในตอนนั้นรู้สึกว่า เฮ้ยยยยยยยย  เกิดมาเพื่อสิ่งนี้ สิ่งนี้มันคือความสุขที่แท้จริง อากาศหนาวแล้วกินอะไรอุ่น ๆ มันสุดยอดแล้ว….อ่าห์
ถนนเส้นนี้คือทางที่เดินอ้อมไปศาลเจ้า พวกเราใช้เส้นทางที่ผ่าน Takeshita Street ด้วยค่ะ มองร้านค้าต่างๆ เพลินเลย มีการถ่ายทำรายการอะไรซักอย่างด้วย
 
เมื่อพวกเราเดินมาถึงศาลเจ้า…

 

 

 

ผ่างงงงงงงงงงงงงงงงง!!!!
ศาลเจ้าก็ปิดพอดี ปิดประตูต่อหน้าต่อตาเลย Smiley นี่อุตส่าห์เดินมาตั้งไกลนะเว้ยเฮ้ย!!
เวลาเปิดปิดของศาลเจ้าเมจิ
ทุกวัน 05.00-18.00 น.
 
พวกเราไปถึงเวลา 18.01 น.  ปิดได้เป้ะเวอร์  ครั้งหน้าจะไปเที่ยวที่ไหนในญี่ปุ่นต้องเช็คเวลาก่อนนะคะ 
 พวกเราเดินกลับโดยใช้อีกเส้นทางติดถนนใหญ่เพื่อมุ่งไปย่าน Takeshita Street ที่มีชื่อเสียงของ Harajuku  ซึ่งเต็มไปด้วยร้านค้ามากมาย และวัยรุ่นหน้าตาเอ๊าะ ๆ (เค้าเลิกใช้คำว่าเอ๊าะกันยัง??) และร้านเครปที่มีชื่อเสียงก็อยู่ที่นี่ด้วย (ไม่ได้อัพรูปตรงทางเข้ามานะคะ เพราะถ่ายติดหน้าผู้คนเยอะแยะเลย มีคนไทยวิ่งเข้ากล้องด้วย หน้านางฮา เลยไม่เอาลงดีกว่า) 
ร้านแรกที่ฉันแวะแบบไม่ลังเลคือ ร้าน 100 เยน    อืม… ผู้หญิงนี่พ่ายแพ้ต่อของราคาถูกจริง ๆ
ในร้านนี้ผู้คนเบียดเสียดกันมาก ทำไมต้องมาเบียดกันที่นี่ด้วยอ่ะ  ฮ่า ๆ  แนะนำว่า ถ้าจะมาร้าน 100 เยน ให้ไปที่ย่านอื่นจะดีกว่าค่ะ เดินสบายกว่าเยอะ แถวชินจุกุก็มีจ้าาาาาา มาเสิร์ชดูทีหลัง เสียจุยยยย 
 Smiley  เมื่อเดินฝ่าพายุอันโหมกระหน่ำของเหล่าสตรีในร้าน 100 เยนออกมาได้แล้ว ก็ฉุกคิดขึ้นมาว่า ถ้ามา Harajuku ก็ต้องกินเครปสินะ  พวกเราจึงเดินหาร้านเครปที่มีคนมุงเยอะ ๆ (วิธีการสแกนร้านอร่อยขั้นแรก ฮ่า ๆ)
โดยตามมารยาทแล้ว ที่ญี่ปุ่นห้ามเดินไปกินไป ต้องกินหน้าร้านหรือที่ที่เค้าจัดไว้ให้ (แต่ก็ยังเห็นคนญี่ปุ่นเดินไปกินไป เค้าคงมั่นใจแล้วว่าจะไม่ทำหกเลอะเทอะเมืองเค้า ส่วนฉันเป็นคนซุ่มซ่ามก็ขอยืนกินนิ่งๆดีกว่า)
ฉันซื้อเครปจากร้านฝั่งตรงข้ามกับร้านนี้นะ รูปนี้ถ่ายตอนที่กำลังยืนกินอยู่หน้าร้านฝั่งตรงข้ามพอดี
หนุ่ม ๆ บอกว่า น่าจะซื้อร้านนี้แต่แรก สาวเยอะดี
น่านนนนนนน!!!
เครปสตรอเบอร์รี่ พร้อมไอศกรีมรสสตรอเบอร์รี่ กิน 2 คนกับแฟน  (ก็ไม่น่าซื้ออันเดียวอีกนั่นแหละ – -‘ ) 
หลังจากนั้นพวกเราก็เดินมั่วๆ ไปตามเส้นทาง ไปโผล่ออกย่าน Shibuya ซึ่งใจจริงอยากไปถ่ายรูปกับเจ้าฮาจิ แต่เดินหลงทาง  เลยหมดความพยายามในวันที่อากาศหนาวแบบนี้ (หมดความอดทนง๊ายง่าย)  
แถวนี้คนหน้าตาดีเพียบบบบบบ ผู้ชายที่แต่งตัวเหมือนหลุดออกมาจากการ์ตูนญี่ปุ่นแนวดนตรีร๊อคต้องมาดูแถวนี้เลย 
ขอบคุณรูปหน้าบานๆจากคุณแฟนด้วย สอนไม่เคยจำ บอกให้กดลง ๆ Smiley
พอเดินเล่นจนหนำใจแล้วพวกเราก็ขึ้นรถไฟเพื่อจะกลับเข้าบ้านค่ะ จากสถานีนี้ ไปลง Takananobaba ต่อไป Shimo-Igusa
เดินจนขาแข็ง เอ้า! 
ก่อนจะถึงบ้านก็แวะ 7-11 ด้วย ตามความเคยชินในเมืองไทย
7-11 นี่แปลกอยู่อย่าง
ไม่ว่าจะ 7-11 สาขาไหน ก็ทำให้หมดเงินเยอะได้สินะ เดินออกมานี่ หิ้วพะรุงพะรังเลย 
ระหว่างทางเดินกลับบ้านก็มีเรื่องประหลาดใจเกิดขึ้นคือ  พวกผู้ชายนี่จำทางเดินกลับบ้านได้เก่งมาก เลี้ยวซ้ายขวานี่เป้ะสุดๆค่ะ ส่วนฉัน… จำอะไรไม่ได้เลย แหะๆ ถ้าเดินกลับคนเดียวนี่คงหลงตั้งหน้าปากซอย 
 บรรยากาศตามรูปดูปลอดภัยสุดๆ  แต่ก็อดนึกถึงหนังสยองขวัญญี่ปุ่นไม่ได้เนอะ
ถ้าผีโผล่มา ต้องทำตัวยังไง ต้องเซลฟี่มั้ย เพราะเป็นการพบกันครั้งแรกระหว่างฉันกับผีญี่ปุ่น หรือจะขอหวยดี?
 วันนี้ที่ญี่ปุ่นอากาศหนาวมากๆ  (คนอ่าน : กูรูแล้วว่าหนาว เห็นบ่นตั้งแต่ต้นละ)  และฮีทเตอร์ในห้องครัวก็คอยแต่จะดับอยู่เวลา เพื่อ!!!!  เดินออกจากห้องนอนไปเข้าห้องน้ำแต่ละที ก็แทบจะเอาผ้าห่มออกมาด้วย!!
สรุปว่า คืนนี้ การได้นอนอยู่ใต้ผ้าห่มและนั่งชักโครกอุ่น ๆ นี่มีความสุขชะมัด…. (ที่ไปเที่ยวมาไม่มีความสุขเลย?)
ชีวิตเราก็มีความสุขกับเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ ได้เนอะ^^
พรุ่งนี้เราจะไปศาลเจ้าเมจิอีกรอบกัน!!!  ><

 

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s