เที่ยวญี่ปุ่นงบ 29,880 ตอนที่ 4 “ไปศาลเจ้าเมจิและโผล่ที่โอไดบะ “

วันที่ 22 มค. 2559
ฉันตื่นแต่เช้าเพราะเสียงจากนักเรียนตัวน้อยที่กำลังเดินแถวไปโรงเรียน  บ้านที่ฉันพักจะอยู่ใกล้โรงเรียนประถม เสียงเลยเจื้อยแจ้วมาก ฉันลุกขึ้นนั่งมาฟังเสียงเด็กคนเดียวเพราะผู้ชาย 2 คนที่มาด้วยนี่หลับลึกสุด ๆ

หลังจากที่เมื่อวานพวกเราผิดหวังกับศาลเจ้าเมจิไปแล้ว วันนี้จึงกลับไปซ้ำอีกรอบ จากบ้านพักมาถึงแถว Harajuku ไกลพอสมควร เลยต้องมาเที่ยวแบบนั่งรถไฟวนลูป คือใกล้สถานีไหนก็ไปที่นั่น อิอิ
เมื่อมาถึง Harakuju ฉันดันหิวพอดี จึงเป็นคนเรียกร้องให้หาอะไรกินก่อน เพราะอาจต้องเดินน่องโป่งอีกไกล วันนี้คุ้นชินกับการวนเวียนอยู่ใน Harajuku แล้วล่ะ ก็เดินอ้อมเมืองซะขนาดนั้น
ร้านที่พวกเราไปกินรู้สึกว่าจะมีชื่อเสียงในหมู่คนไทยอยู่พอสมควร เพราะมีเมนูภาษาไทยด้วย แต่จำชื่อร้านไม่ได้จริง ๆ
เพราะคิดว่าเมื่อมาเขียนลงเว็บแล้ว ก็คงจะจำได้เอง เอาจริง ๆแล้ว เราจะคิดว่าเราจำได้ก็ต่อเมื่อ เราอยู่ในเหตุการณ์ตอนนั้น แต่เราลืมไปว่า เมื่อผ่านมาซัก 7 วัน สมองจะลบสิ่งที่เราจำแบบผิวเผินออกเกือบหมด
วันนี้ลืมถ่ายรูปอาหารมา รีบกินไปหน่อย กลัวโดนแย่ง เอาหน้าตาแก๊งชอบอวดไปแล้วกันจ้า ฮ่า ๆ 
จากนั้นเราก็เดินทางไปศาลเจ้าเมจิ โดยใช้เส้นทางเดิมที่เคยเดิน ..ซึ่งเดินไกลมาก  (มารู้ทีหลังก็สายเสียแล้ว)  ส่วนทางเข้าไปศาลเจ้านั้นลึกมากๆ ควรฟิตร่างกายมาอย่างดี กว่าจะเดินถึงก็หลายหอบเลย
ที่นี่ ร่มรื่น อากาศดี เหมือนหลุดมาอยู่ญี่ปุ่นยุคโบราณเลย Smiley  (จากรูปนี้ก็ไม่รู้ว่ายืนตรงนั้นทำไมเหมือนกัน)
 ตรงนี้จะเป็นที่ชำระล้างก่อนเข้าศาลเจ้า ต้องล้างมือก่อนเข้านะ โดยเอามือขวาตักน้ำแล้วล้างมือซ้าย เปลี่ยนข้างแล้วล้างมือขวา  เปลี่ยนมืออีกครั้ง ตักน้ำใส่มือซ้ายแล้วเอามากลั้วปาก (อย่าให้กระบวยโดนปาก) สุดท้ายก็ล้างมือซ้าย หลายขั้นตอนมากๆ ตอนทำฉันก็สังเกตคนอื่นไปด้วย กลัวทำผิด Smiley
เจอโยโกะ โอโนะ (ไม่ช่ายยยย) 
 เขียนคำอธิษฐานกันขอให้รวยๆ ถูกหวย 30 ล้าน คนเราต้องมีความหวังค่ะ หวังรวย อิอิ
วันนี้โชคดีมาก มีคู่แต่งงานมาจัดงานแต่งที่นี่ด้วย ดูดีมีฐานะสุดๆ
 การแสดงโชว์ริมถนนหน้าศาลเจ้า
 ที่พีคคือตรงนี้แหละ !
เดินออกจากศาลเจ้ามาหยุดดูโชว์อย่างอารมณ์ดี พอเดินต่อไปอีกนิด ก็เห็นสถานีรถไฟที่พวกเราลงจากรถไฟมา  จะมีแค่มุมกำแพงบังตาเท่านั้น
แล้วคืออออออออออ!
จะถ่อสังขารเดินอ้อมวัดไปเข้าอีกประตูนึงทำม้ายยยยยยยย ป้ายชี้เข้าศาลเจ้าใกล้ ๆ  ก็มีทำไมไม่ดู๊
ข้อคิดประจำวันนี้ : จงอย่าเชื่อ GPS ไปซะทุกอย่าง
 เดินเล่นที่ศาลเจ้าเมจิ ใช้เวลาเพียงแค่ครึ่งวันเท่านั้น พวกเราจึงหาจุดหมายต่อไปคือ โอไดบะ  วันนี้นอกแพลนเพราะต้องใช้เวลาที่เหลือให้คุ้ม
  การเข้าเมืองโอไดบะ ต้องซื้อตั๋วรถไฟแยกต่างหาก ฉันซื้อตั๋ว one day pass  เพราะคิดว่าอาจจะได้ลงหลายสถานี  ตั๋วนี้คือ วันที่ 22 เดือน 1 ปี 2016 ราคา 820 เยน
 ด้านขวานี่คือหัวเด็ก- – 
เอาจริงๆก็ไม่รู้ว่าจะลงสถานี้ไหนดี เลยไปลงสถานีที่มีกันดั้มเพราะมีเทพีเสรีภาพด้วย
 นี่คือรุ่นพี่ค่ะ ร่าเริงตลอดเวลา ส่วนฉันก็หนาวตลอดเวลา เสื้อหนังเริ่มเอาไม่อยู่แล้ว
วันนี้ที่โอไดบะหนาวมาก ลมแรงสุดๆ ฉันจึงไม่มีอารมณ์ถ่ายรูปตามจุดต่างๆเท่าไหร่ อีกทั้งยังรู้สึกว่า ไม่ค่อยน่าสนใจเท่าใดนัก Smiley
มุมสุดฮิต ที่ไม่ถ่ายถือว่ามาไม่ถึงโอไดบะ 
จากนั้นเพื่อนรุ่นพี่ก็ไปจัดการละลายทรัพย์กับโมเดลกันดั้ม และเข้าไปละลายทรพย์ต่อในห้าง ฉันกับแฟนก็นั่งรอ
ระหว่างเดินออกจากห้าง ฉันเจอร้านขนมหวานน่ารักๆ  เป็นร้านที่มีรูปฮันนี่โทสอยู่ด้านหน้า
ในเมื่อฉันเป็นคนชอบกิน จึงไม่ลังเลที่จะเดินเข้าไป Smiley
 โทสนี้อร่อยมากค่ะ มีกลิ่นมะพร้าวด้วย ปลื้มปริ่ม อารมณ์ดี  มา 3 คนต้องสั่งคนละอย่าง  นี่ไม่ใช่ว่าเป็นคนกินเยอะนะ ฮ่า ๆ
 มาต่อกันที่ไอศกรีมเกล็ดหิมะ อื้อหืออออออ อยากกินนนนนน เลยจัดรสนมไป 1 ถ้วย แล้วก็กินไม่หมดด้วย เยอะมากกกกก
 พอกินเสร็จ นึกขึ้นได้ว่า ต้องไปถ่ายที่เทพีเสรีภาพ – -‘ ที่แท้ก็เป็นคนห่วงกินนี่เอง เลยออกมาช้า
 รูปนี้ยืนยันได้ว่าวิ่งจริงๆ Smiley  ข้างนอกหนาวมากๆ ลมก็แรง แต่ก็สู้
 สุดท้ายก็ได้รูปมาแบบนี้ ในปิดท้ายของวัน แป่ววววว  – –  ส่วนสถานีอื่นๆ ไม่ได้แวะเลย  มัวแต่เดินทอดน่อง  มาคุ้มมั้ยเนี่ย
 คำคมวันนี้  ” ห่วงแต่กิน แสง(แดด)จะหมด”
Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s